OnThisDay 6 เดือนมิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดู 2008/09 บาร์เซโลน่า ในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาพันธ์แรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักด้านในฤดูเดียวกัน ทั้งยังลาลีกา, โคปา เดล เรย์ รวมทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในซีซั่นเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเป๊ปนั่นเอง

ในช่วงฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมทีมบาร์ซ่าเป็นฤดูแรก รวมทั้งได้เสริมกองทัพดาวยิงโด่งดังอย่างหฝ่าส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ รวมทั้งลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานกองหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับซีซั่นแรกของเอ็นริเก้ รับประกันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดหมายในที่สุด ต่อจากนั้นก็คว้าชัยชนะวัวขว้าง เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลว่ากล่าวก ใบเสร็จรับเงินค่อย รวมทั้งยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดหมายชิงแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนตุๆส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิว่ากล่าวช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในช่วงช่วงหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนตุๆส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง รวมทั้งเนย์มาร์ ก็ทำประตูปิดท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนตุๆส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นสมัยที่ 5 รวมทั้งเป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เท่ากันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีก่อน หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสมาพันธ์แรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ครั้ง


แน่ๆว่า คนที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุผลที่ยิ่งใหญ่ในช่วงฤดูกาล 2014/15 โน่นคือ 3 กองหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในช่วงฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมปกป้องแชมป์ลาลีกา รวมทั้งโคปาเดล เรย์ รวมทั้งคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รวมทั้งฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับการชิงชัยบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป นอกเหนือจากตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลหลายคนสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มต้นนี้ จำต้องกล่าวว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่ได้โอกาสคว้ารางวัลแห่งเกียรติยศนี้ไปครอง วันนี้พวกเราก็เลยอยากพาคนอ่านทุกท่านลองไปดูกันว่าในแต่ละกลุ่มพอจะมีคนใดกันแน่ที่เข้าตากันบ้าง

กลุ่ม A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาซิโอดูจะได้โอกาสอยู่พอควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินซิเญ ศูนย์หน้าจากทุ่งนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความคาดหมาย แต่ก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของหงส์แดงเองก็มักจะทำได้ดิบได้ดีสำหรับการรับใช้กองทัพเช่นเดียวกัน
ตุรกี : อาจจำต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสฤดูกาลล่าสุดอย่าง ยูซุฟ ยาซิซี ที่ทำไป 14 ประตูรวมทั้ง บูรัค ยิลมาซ ศูนย์หน้าตัวเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : คงจะเป็นคนใดกันแน่ไปมิได้นอกเหนือจากความคาดหมายอันสูงสุดของประเทศอย่าง มึงเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กลุ่ม B


เบลเยียม : ปีนี้อาจจำต้องเฝ้ามองไปที่ โรเมลู ลูกาข้า ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แต่ก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้กระทั้ง คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จำต้องกล่าวว่าปีนี้ดูเหมือนจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างโดดเด่น แต่สำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุสซุฟ โพลเซน จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์ รวมทั้ง ค้างสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความคาดหมายสำหรับการกระหน่ำประตูได้อยู่บ้าง ไหมแน่ คริสเตียน เอริกเซน ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งอาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นไปได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าเฝ้ามอง 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช ซิตี้ ไปถึง 26 ประตู รวมทั้ง มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้เสร็จ
รัสเซีย : ยังคงจำต้องหวังพึ่งหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีให้หลัง แม้กระนั้น พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานได้ดิบได้ดีกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 เพลย์เมกเกอร์อย่าง อเล็ก มิรันชุค จากอตาลันตา รวมทั้ง อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปมิได้เช่นเดียวกัน

กลุ่ม C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จำต้องกล่าวว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีเยี่ยมมายทั้ง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความคาดหมายลำดับต้นๆ, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แนวรุกจากเฟเยนูร์ด รวมทั้ง วูท เวกฮอร์สต์ ศูนย์หน้าจากโอ้อวดล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความคาดหมายในแดนหน้าปีนี้คงจะเป็น ซาซา ค้างลาจ์ดซิช หัวหอกเนื้อหอมจากสเหม็นตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสตอฟ บวมการ์ทเนอร์ รวมทั้ง มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ที่สามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่ากลัวอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ศูนย์หน้าจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา รวมทั้งที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยคือ วิคตอร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาซิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกตัวเก๋าที่โด่งดังในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่ถึงแม้เดี๋ยวนี้ในวัย 37 ปี แต่ก็ยังคงค้าหน้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก

กลุ่ม D


อังกฤษ : แน่ๆว่าศูนย์หน้าลำดับต้นๆอาจจำต้องฝากความคาดหมายไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน รวมทั้งมาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้กระทั้งหัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างเช่นกันถ้าสามารถชนะใจ มึงเร็ธ เซาธ์เกต รวมทั้งยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกทีล่าสุดยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน รวมทั้ง นิโกลา วลาซิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความคาดหมายในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำทัพโดย เช อดัมส์ แนวรุกจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน รวมทั้งดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

กลุ่ม E


ประเทศสเปน : ทัพกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนเหม็นตุส รวมทั้ง หนวดเคราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มล่าสุด ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียโดยมาก ที่พอจะเป็นได้ก็ดังเช่นว่า เฟร์รัน ตอร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, มิเกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา รวมทั้ง ดานี โอลโม จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นคนใดกันแน่ไปมิได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
ประเทศสวีเดน : ถึงแม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่พวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าดึงดูดอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ศูนย์หน้าจากเรอัล โซเซียดาด รวมทั้ง จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกโด่งดังทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของแอร์เบ ไลป์ซิกข์ รวมทั้ง เดกระทั่งถึง คูลูเซฟสกี ของยูเวนเหม็นตุสเป็นอันมากหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่เกือบทั้งหมดโดยมีตัวความคาดหมายในแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช รวมทั้ง ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี โคโลญจน์

กลุ่ม F


ประเทศฝรั่งเศส : 2 ตัวความคาดหมายอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวครั้งก่อน รวมทั้งแน่ๆ คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแนวรุกจากกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แม้กระนั้น พวกเขายังมี ค้างริม เบนเซมา รวมทั้ง วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่ได้โอกาสกระหน่ำประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้เช่นเดียวกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าเปลี่ยนไปพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ รวมทั้ง เควิน โฟลลันด์ เป็นโอกาสในตำแหน่งลำดับที่ 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นๆที่น่าดึงดูดก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 หน้าแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค รวมทั้ง ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในพักหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่ๆคนที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร ซิลวา แนวรุกฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากหงส์แดง รวมถึงสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเช่นเดียวกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความคาดหมายพร้อมด้วยแนวรุกรุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่น่าจะส่งผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษข้างหลังเดี้ยง คาดพัก 6 สัปดาห์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปราการหลังจาก หงส์แดง จำต้องถอนตัวออกจากกลุ่มชาติอังกฤษภายหลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามฉีกให้ขาดในเกมเตรียมพร้อมที่พบกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ ตามรายงานจาก หงส์แดงเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับโอกาสให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ที่กลุ่มชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากแนวทางการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังกล่าว เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บกระทั่งจำต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลสิงโตคำรามได้ให้สัมภาษณ์ข้างหลังจบเกมว่า เขาหวังว่าลักษณะของดาวเตะ หงส์แดง จะไม่หนักหนาอย่างที่คิด

แม้กระนั้นรายงานปัจจุบันจาก พอล จ๊อยซ์ ผู้รายงานข่าวมีชื่อเสียงจาก เดอะไทมส์ กำหนดไว้ภายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา ลิเวอร์พูล จำต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษแล้วข้างหลังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ หงส์แดง จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษ ผลสแกนได้ชี้ให้เห็นว่า

มีลักษณะเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะมีผลให้เขาจำต้องพักราวๆ 6 สัปดาห์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังบอกว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกจากแค้มป์เก็บเนื้อเก็บตัวของกลุ่มสิงโตคำรามแล้ว และก็ แกเร็ธ เซาธ์เกต กำลังพินิจดึงนักฟุตบอลที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-แวววาวส์ และก็ เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์สูงที่สุดณ เวลานี้

เอาไปเพราะเหตุใด?! “ริโอ” ชี้ “แม็คไกวร์” ควรจะถูกตัดชื่อจากทัพสิงโตชุดฝ่ายูโร 2020

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ชี้ชัดว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่สมควรใส่ชื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ อยู่ในทีมชุดสู้ศึกยูโร 2020 โดยมองว่าร่างกายนักเตะยังฟิตไม่สมบูรณ์https://www.ultimate-guitar.com/u/lovepoker168

“อังกฤษปรารถนาเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สิ่งนี้บอกกับผมว่า เขา (เซาธ์เกต) จะเล่นแบ็ก 3 คนอย่างไม่ต้องสงสัย แฮร์รี แม็คไกวร์ ยังไม่ฟิตด้วย เป็นผมคงไม่เอาแม็คไกวร์ไป คุณไม่ฟิต รวมทั้งอีกนานกว่าจะฟิต มันไม่มีเหตุผลเลย”

“ผมอยู่ในทีมกับผู้เล่นที่ไม่ฟิตรวมทั้งพวกเขาเล่นไม่ออกเมื่อไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นกับเบ็คส์ เดวิด เบ็คแฮม รวมทั้งวาซซ่า (เวย์น รูนีย์) มาแล้ว”

“โดยฐานรากของแม็คไกวร์ เขาไม่ใช่เบ็คส์หรือวาซซ่า ผมไม่คิดว่าคุณน่าจะเอาคนที่ไม่ฟิต 100% ไปด้วย มันยากที่จะกลับมารวมทั้งปรับนิสัยกับจังหวะการเล่น”

สำหรับรายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติอังกฤษชุดลุยยูโร 2020 ที่ถูกประกาศออกมาแล้ว มีดังนี้

ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน, แซม จอห์นสตัน, จอร์แดน พิกฟอร์ด

ปราการหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เบน ชิลเวลล์, คอเนอร์ เคาดี, รีซ เจมส์, แฮร์รี แม็คไกวร์, ไทโรน มิงส์, ลุค ชอว์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์

กองกลาง : จูด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เมสัน เมาต์, แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์

กองหน้า : โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, ฟิล โฟเดน, แจ็ค กรีลิช, แฮร์รี เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูคาโย ซากา, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง

OFFICIAL! “กุน อเกวโร” เปิดตัวกับ บาร์เซโลนา พร้อมค่าฉีกข้อตกลง 100 ล้านยูโร

เซร์คิโอ อเกวโร หัวหอกวัย 32 ปีทีมชาติอาร์เจนตินา จัดแจงเปิดตัวกับสังกัดเดิมใหม่ บาร์เซโลนา เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาจนถึงปี 2023 พร้อมค่าฉีกคำสัญญาค่า 100 ล้านยูโร หรือ 86 ล้านปอนด์ร่วมกันhttps://loop.frontiersin.org/people/1336088/bio

ufa

ภายหลังเจ้าตัวอกหักกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กุน ก็เก็บกระเป๋าบินมายังประเทศสเปน เพื่อตรวจร่างกายแล้วก็เซ็นสัญญากับสังกัดเดิมใหม่ในทันทีในวันถัดมา

โดยเจ้าตัวหมดสัญญากับ เรือใบสีฟ้า ภายหลังค้าหน้าแข้งในถิ่น เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม มายาวนานมากกว่า 10 ปี ทำสถิติเป็นนักฟุตบอลต่างประเทศที่ทำประตูสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก พาทีมเป็นแชมป์ลีก 5 สมัย เอฟเอ คัพ 1 สมัย แล้วก็ ลีกคัพอีก 6 สมัยทำเป็น 260 ประตูจาก 390 เกมรวมทุกรายการ

โชคร้ายที่ซีซั่นท้ายที่สุดเจ้าตัวจำต้องเผชิญปัญหาการบาดเจ็บรบกวนอย่างมากจนแทบจะไม่มีช่องทางลงสู่สนามจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล แถมยังส่งท้ายด้วยการทำได้เพียงแค่รองแชมป์ภายหลัง แมนฯ ซิตี้ แพ้ต่อ เชลซี ในนัดชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กลับเล้าไก่? สื่อโหม “โปเช็ตติโน” ยื่นจดหมายลาเก้าอี้นายใหญ่เปแอสเช

สื่อดังของประเทศอังกฤษหลายราย ออกมาตีข่าวสารว่า เมาริซิโอ โปเชตติโน ยื่นใบลาออกให้แก่กระดานบริหารของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แล้ว เพราะเหตุว่าปราศจากความสุขสำหรับเพื่อการทำทีมwww.patreon.com


ผู้ฝึกสอนชาวอาร์เจนไตน์พึ่งจะเข้ามาคุมกองทัพเปแอสเชเมื่อตอนครึ่งฤดูกาลข้างหลังก่อนหน้าที่ผ่านมา ก่อนพาทีมจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ลีกเอิง แต่ว่าสามารถได้แชมป์เฟร้นช์ คัพ และก็ โทรฟี เดส์ ชัมปิยองส์ มาได้ โดยในฤดูกาลนี้ “พอช” คุมทีมไปทั้งปวง 34 เกม ชนะ23 เสมอ 4 และก็แพ้ 7

อิงรายงานของ เดอะ ซัน ระบุว่า ที่ปรึกษาวัย 49 ปี ได้กระทำแจ้งไปยังสโมสรเพื่อจะยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งเฮดวัวชของทีมในตอนซัมเมอร์นี้ ซึ่งทางสโมสรดังของประเทศฝรั่งเศสก็กำลังตกลงใจว่าจะทำตามไรถัดไปดี

ดังนี้ โปเช็ตติโน เคยตกเป็นข่าวสารว่าไม่ตรงกันกับ เลโอนาร์โด ผู้อำนวยการข้างกีฬาของทีม กรณีตระเตรียมจะปลดปล่อย คีเลียน เอ็มบัปเป แข้งตัวเก่งออกไปให้ เรอัล มาดริด และไม่พอใจลิสต์แนวรุกที่จะซื้อมาเป็นผู้แทน

ฟันธงสกอร์ & แล่แบบ “หมัดต่อหมัด” ก่อนเกม แมนฯ ซิตี้ VS เชลซี

ทีมเป๊ปมองเหนือกว่าหากไม่ “อินดี้”

ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคนี้ไร้เทียมทานแค่ไหน เพราะว่ามีอีกทั้งเกมรุกแล้วก็รับที่ดุดันแน่ๆ หากพวกเขาได้เล่นตามเกมที่ถนัดคงจะยากที่คนใดกันจะระงับได้ในชั่วโมงนี้www.crunchyroll.com

แต่ว่าแม้กระนั้น แฟนเรือใบก็คงพอรู้ดีอีกด้วยเหมือนกัน ว่าฟอร์มที่เห็นว่าดีๆอยู่นั้น วันดีคืนดีนายใหญ่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ชอบคิดแผนใหม่ออกมาทดลองใช้ในเกมสำคัญๆเสียอย่างนั้น แล้วก็หลายครั้งที่มันออกมา “ไม่เวิร์ก” https://disqus.com/by/lovepoker168/ตามที่คาด

เช่นในเกมลีกที่ทั้งสองเจอกันที่ผ่านมาที่จัดแผนอินดี้เล่นหลัง 3 ใช้วิงแบ็ก พร้อมส่งตัวรุกลงมาพร้อมถึง 4 คน แล้วก็แน่ๆยังมีอีกหลายนัดในสมัยก่อนที่ทดลองแล้ว “เสียหาย” จนกระทั่งขั้นไม่เข้ารอบก็เคยมีให้มองเห็นมาแล้ว

ก็คงจะจำต้องลุ้นกันว่าเกมนัดชิงแชมป์นี้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลเลือดกระทิงดุจะหาอะไรใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์แฟนๆให้มึนกันก่อนเกมอีกไหมในคืนวันเสาร์นี้

สิงห์บลูส์กับฟอร์มช่วงหลังที่ไม่น่าไว้วางใจ

แม้การมาของ โธมัส ทูเคิล จะสามารถพลิกฟื้นให้สิงห์บลูส์เปลี่ยนไปมาเป็นทีมที่แกร่งขึ้นอย่างทันตาเห็นในช่วงครึ่งปีหลัง จนตราบเท่าคว้าชั้น 4 มาครอบครองได้พร้อมทั้งเข้าชิงฟุตบอลถ้วยถึง 2 รายการร่วมกัน

แต่ว่าดูอย่างกับว่าผลงานของพวกเขาจะไม่สามารถที่จะติดลมบนไปได้จนกระทั่งจุดหมายปลายทาง เพราะว่าช่วงหลังที่เป็นช่วงชี้เป็นชี้ตายของฤดู ผลงานของพวกเขากลับดร็อปลงอย่างน่าใจหาย แพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกมรอบชิงแชมป์ เอฟเอ คัพ ที่พ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา แถมล่าสุดยังแพ้ต่อ แอสตัน วิลลา 1-2 ในเกมปิดฤดูที่ปรารถนา 3 คะแนนแบบสุดๆอีกต่างหาก

ซึ่งฟอร์มที่ตกลงไปดังที่กล่าวถึงมาแล้วมันย่อมส่งผลถึงความเชื่อมั่นต่ออีกทั้งแฟนบอลแล้วก็นักฟุตบอลไม่มากก็น้อยอย่างแน่แท้ จากที่จะได้ลงเล่นด้วยความฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม เปลี่ยนไปเป็นจำต้องรับมือกับแรงกดดันมหาศาลอีกทั้งจากในเกมพร้อมทั้งผลงานที่ทรุดโทรมในช่วงก่อนหน้าที่ผ่านมาพร้อมๆกันนั่นเอง

สถิติที่น่าดึงดูดแบบ “หมัดต่อหมัด” ในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูนี้

เกมรุก
จำนวนประตูในช่วงฤดูกาลนี้ : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 22
ได้จากจุดโทษ : แมนฯ ซิตี้ – 2 / เชลซี – 5
ยิงได้จากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 19 / เชลซี – 22
ยิงได้จากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 0
ยิงได้จากลูกโหม่ง : แมนฯ ซิตี้ – 1 / เชลซี – 3
จำนวนครั้งที่ยิงทั้งปวง : แมนฯ ซิตี้ – 123 / เชลซี – 104
ยิงตรงกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 73 / เชลซี – 56
ยิงชนเสา-คาน : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 4
จำนวนครั้งที่จ่ายบอล : แมนฯ ซิตี้ – 8,290 / เชลซี – 6,561
จำนวนครั้งที่จ่ายบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 7,453 / เชลซี – 5,584
อัตราการส่งบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 89.9% / เชลซี – 85.1%

เกมรับ
จำนวนประตูที่เสีย : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
คลีนชีท : แมนฯ ซิตี้ – 8 / เชลซี – 8
เสียประตูจากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
เสียประตูจากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
บล็อคลูกยิง : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 38
เข้าสะกัด : แมนฯ ซิตี้ – 111 / เชลซี – 137
ใบเหลือง : แมนฯ ซิตี้ – 16 / เชลซี – 19
ใบแดง : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
คาดคะเนรูปเกม

สำหรับรูปเกม คาดว่าทั้งสองทีมจะเปิดเกมบุกในสไตล์ของตัวเองเข้าใส่กัน แต่ว่าอาจจะเล่นกันค่อนข้างจะรัดกุมในช่วงแรก มีตอนที่เปลี่ยนกันรุกเปลี่ยนกันรับ ข้อผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถตัดสินผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันได้ แถมยังที่ยากจะคาดเดาว่าแต่ละฝ่ายจะมีทีเด็ดอะไรที่เก็บแอบซ่อนเอาไว้ เพราะว่าอย่างที่รู้ๆกันอยู่ เรือใบสีฟ้ามีเกมบุกที่เยี่ยมที่สุดทีมหนึ่งในยุโรปในตอนนี้ แต่ว่าสิงห์บลูส์เองก็มีแนวรับที่แกร่งลำดับที่หนึ่งของทวีปด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นขึ้นอยู่กับการแก้หมากของผู้จัดการทีมฟุตบอลทั้งสองฝ่ายว่าจะทำได้ตรงจุดแค่ไหน แถมได้โอกาสสูงที่เกมจะลากยาวไปถึงดวลจุดโทษวินิจฉัยอีกด้วย

คาดคะเนสกอร์ : แมนฯ ซิตี้ 1-1 เชลซี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะจุดโทษไปได้)

ยาวไปครับผม! “โรเบิร์ตสัน” ประกาศวางแผนอยู่โยงลิเวอร์พูลจนกระทั่งห้อยสตั๊ด

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตัวบุกปีกซ้ายสายบวกของหงส์แดง ประกาศกระจ่างแจ้งว่า ต้องการอยู่ค้าหน้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ไปจนกระทั่งวันแขวนสตั๊ด แม้จะมีแฟนบอลผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเรียกร้องให้https://giphy.com/channel/lovepoker168หวนคืนถิ่นเซลว่ากล่าวกที่เจ้าตัวเชียร์มาตั้งแต่เด็กก็ตาม

“ภายหลังที่เริ่มบรรลุผลสำเร็จมากขึ้นในฐานะนักเตะหงส์แดง ผมชอบถูกสื่อและคนรอบข้างถามอยู่เสมอๆว่า ตั้งใจกลับไปเล่นให้เซลว่ากล่าวกอีกครั้งในช่วงปลายอาชีพไหม?” ร็อบโบ้ เปิดประเด็นกับ PLZ Soccer

“บอกเลยว่าจุดหมายสุดท้ายบนทางค้าหน้าแข้งของผมก็คือ ได้แขวนสตั๊ดกับหงส์แดง แม้กระนั้นไม่มีใครทราบหรอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แถมข้อจำกัดก็ยังยากมากมายด้วย เนื่องจากถ้าเกิดคุณต้องการอยู่สโมสรระดับนี้ ต้องรักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ให้สูงตลอดเวลาด้วยเช่นกัน”


“แม้กระนั้น เดี๋ยวนี้ผมสุขสบายกับทุกสิ่งในชีวิตตนเองเต็มกำลังเลยล่ะ คำสัญญาก็ยังเหลืออีกนานพอควร แม้กระนั้นอย่างที่บอกนั่นแหละ มันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเป็นที่รักของแฟนๆและอยู่ร่วมกันไปจนแขวนสตั๊ด”


“ผมเตรียมแผนการเอาไว้สำหรับประเด็นนี้แล้ว และบากบั่นหาคนช่วยเหลือในทุกๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาสภาพร่างกายให้ฟิตสมบูรณ์แข็งแรงจนวิ่งเต็มกำลังได้ยันอายุ 30 กว่าๆโน่นแหละ”

พอดีกว่า! “โรมาโน” ยันเอง “ซีดาน” ตัดสินใจลาออกแล้ว

ฟาบริสิโอ โรมาโน นักข่าวลูกหนังมีชื่อเสียงชาวอิตาลี แถลงการณ์ว่า ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือของ เรอัล มาดริด ตัดสินใจลาออกแล้วforums.permaculturenews.org

ในฤดูกาลนี้ ซีดานคุมกลุ่มผลงานไม่เป็นไปตามเป้า ภายหลังจบซีซํ่นลแบบไม่มีถ้วยติดมือเลยแม้กระทั้งรายการเดียวซึ่งเป็นหนแรกในรอบกว่า 10 ปีwww.ted.com และก็มีข่าวสารหนาหูว่า เขาตัดสินใจที่จะลาออกเมื่อจบฤดูกาลนี้

ปัจจุบัน โรมาโน เผยตามรายงานข่าวสารว่า “ซีดานได้คุยกับนักฟุตบอลและก็ทีมงานกับเขาว่า เขาจะลาออก 100%”

“ซีดานจะคุยกับประธานสมาพันธ์ ฟลอเรนติโนเปเรซ และก็จะประกาศการตัดสินใจของเขาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่ชั่วโมงด้านหน้า ซึ่งมันจะส่งผลทันที”

ตรงดวงใจมั้ย?! ตัดเกรดแข้งซาตานแดงนัดหมายชิงดำยูโรปา ลีก คนไหนรอด? คนไหนหล่น?

การแข่งขัน : ยูฟา ยูโรปา ลีก รอบชิงแชมป์
วันชิงชัย : วันพุธที่ 27 พ.ค. 2021trello.com
เวลาชิงชัย : 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลของการแข่งขัน : บียาร์เรอัล 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (จุดโทษ 11-10)
สนาม : กดานสค์ สเตเดียม ประเทศโปแลนด์

คะแนนนักฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด

ดาบิด เด เคอา – 6/10
มิได้พบงานหนักมากนัก แต่ลูกเตะเปิดจากหน้าปากประตูของเขาไม่เคยตรงเป้าเลย

แอรอน วาน-บิสซากา – 7/10
เพิ่มเติมเกมบุกไปบีบคั้นผู้เล่น บียาร์เรอัล ได้สม่ำเสมอใน 45 นาทีแรก ก่อนที่จะมีบทบาทลดน้อยลงในครึ่งหลัง

วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ – 5/10
แทบกันตัวพลาดกระทั่งโดน เกราร์ด โมเรโน ลงอาญา

 

เอริค ไบญี – 6/10
ดูดีกว่า ลินเดเลิฟ บางส่วน

ลุค ชอว์ – 6/10
เพิ่มเติมเกมรุกได้อย่างไหลลื่นและเกือบได้แอสซิสต์จากลูกเปิดให้ เอดินสัน คาวานี

พอล ป็อกบา – 5/10
ทิ่มอลง่ายเหลือเกินและไม่ค่อยตามแย่งมันกลับคืนมาด้วย

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ – 7/10
สวมบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับผู้เดียว แต่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองก้าวหน้าอย่างน่าเหลือเชื่อถ้าพิจารณาว่าธรรมดาเขาจะมี เฟร็ด รอช่วยอยู่อีกแรง

 

เมสัน กรีนวูด – 6/10
วูบวาบ ใช้ความเร็วสร้างความอันตรายได้หลายหนแต่โอกาสสับไกไม่ค่อยมี

บรูโน แฟร์นันเดส – 6/10
โดนมิดฟิลด์ บียาร์เรอัล ผลัดกันมาเกาะติดกระทั่งเล่นไม่ออก

มาร์คัส แรชฟอร์ด – 4/10
เลี้ยงไม่ผ่าน จ่ายไม่ตรง ยิงไม่แม่น

เอดินสัน คาวานี – 7/10
แก้ตัวจากแนวทางการทำเสียฟรีคิกซึ่งทำให้เกิดการถูกออกนำไปก่อนได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากการที่จะทำประตูตีเสมอได้แล้ว เขายังวิ่งขึ้น-ลงอยู่เสมอทั้งยังเกม ไล่ตัดบอลและเชื่อมเกมให้ตัวรุกผู้อื่น

ตัวสำรอง

เฟร็ด – 6/10
ใช้ความใหม่วิ่งตามกวดคู่แข่ง

แดเนียล เจมส์ – N/A

อักเซล ตวนเซเบ – N/A

ฮวน มาตา – N/A

อเล็กซ์ เตลลิส – N/A